"จดจำไว้ว่าเมื่อคุณรักษาความไว้วางใจได้คุณรักษาความรักไว้ได้ เมื่อคุณทำลายความเชื่อใจเท่ากับคุณได้ทำลายความรักลงแล้ว"



“ความสัมพันธ์เป็นสิ่งประหลาด และพร้อมจะถูกทำลายได้”

เมื่อใดก็ตามที่เราหยุดรักษา ประคับประคอง และเยียวยา
รอยปริเล็กๆ จะค่อยๆ ใหญ่และกลายเป็นรอยร้าว
ความเคลือบแคลงสงสัยจะกลายเป็นความบาดหมาง
ทุกเรื่องราวที่ดีงามจะถูกความไม่ไว้วางใจและความเจ็บปวดบดบังจนหมดสิ้น
ทุกบาดแผลไม่ว่าน้อยหรือใหญ่ ในอดีตไม่ว่านานแค่ไหนจะย้อนกลับมาทำลายทุกสิ่งความรักที่เคยสวยงามกลับเจือจางลงไปไม่อาจย้อนคืน
 
 
 
“ความสัมพันธ์เป็นสิ่งประหลาด...แต่สามารถรักษาไว้ได้”
 
ความสัมพันธ์นั้นเปราะบางแต่ก็แข็งแรงขึ้นได้
ธรรมชาติของความสัมพันธ์นั้นรักความสงบและแสนเรียบง่าย  
มันจะเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกนานเมื่อไม่เปลี่ยนธรรมชาติของมัน 

ความไว้วางใจเมื่อสร้างขึ้นแล้วมันจะเหมือนวัตถุที่ตั้งอยู่กับที่นิ่งๆ อยู่ได้เป็นพันปีเป็นหมื่น
หากไม่มีแรงกระทำที่ส่งผลกับมัน

“จดจำไว้ว่าเมื่อคุณรักษาความไว้วางใจได้คุณรักษาความรักไว้ได้ เมื่อคุณทำลายความเชื่อใจเท่ากับคุณได้ทำลายความรักลงแล้ว”
 
หากความสัมพันธ์เป็นส่วนแบ่งที่ต้องรักษาของคนสองคน มันจะอยู่อย่างนั้นตราบเท่าที่เรารักษาในส่วนของตนเอง ไม่ปล่อยให้ใครฉกฉวย ไม่ละเลย หรือทิ้งขว้างไป

 “เมื่อความสัมพันธ์เป็นเรื่องของคนสองคน มันจะถูกทำลายไปได้อย่างไรเมื่อเราต่างรักษาส่วนของเราไว้อย่างดี”
 
 

เรื่องเล่าเคล้าน้ำปลา

posted on 08 Sep 2014 16:50 by poetseason directory Food, Diary, Idea
|สูตรลับของความโด่งดัง|  
 

“เด็กสมัยนี้แม่ง เอาแต่คิดทำยังไงถึงจะดัง ทำยังไงถึงจะเท่ มึงไม่คิดก่อนว่าทำยังไงจะเป็นเชฟที่เก่งก่อนว่ะ”
เชฟพูดสำเนียงจีนเจือด้วยเสียงหัวเราะ

ครั้งหนึ่งเคยสัมภาษณ์ เชฟท่านหนึ่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเชฟระดับเยาวชนไปแข่งทำอาหารระดับโลก รวมถึงฝึกฝนให้เด็กเหล่านี้โตไปในสายอาหารได้อย่างแข็งแกร่ง

เชฟให้ความสงสัยแบบเดียวกับผม ผมรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้คนมันถามหาทางลัด ก่อนที่จะเดินบนทางปกติ ยังไม่ทันได้ลองเดินในเส้นทางที่คนรุ่นก่อนเดินเลย ก็โหยหาความสำเร็จซะแล้ว 

เกือบร้อยเปอร์เซ็นของเชฟที่ผมได้สัมภาษณ์ และเคยมีโอกาสได้คลุกคลี ล้วนเริ่มจากการเป็นเด็กล้างจาน เคยเริ่มจากคนที่หั่นผักจนมือเปื่อย บางคนก็ได้แต่อยู่หน้าเตาอบจนเหงื่อท่วม ส่วนเชฟท่านนั้นน่ะเหรอ…

“กูนะ กว่าจะมาถึงระดับนี้ กูล้างจาน ออกไปจ่ายตลาดตีสี่ กูทำแบบนี้เป็นสิบปี” 
เชฟยังคงพูดสำเนียงจีน (อ้าวก็สิงคโปร์เชื้อสายจีนนี่หว่า) แกย้ำอีกว่าเด็กนักเรียนไม่ได้ถามเพราะความไร้เดียงสา บางคนหวังในการมีชื่อเสียงมากกว่าหวังเรื่องการเป็นเชฟที่เก่งความสำเร็จนอกจากจะไม่ได้มาเพียงชั่วข้ามคืน
 
หากไม่นับคนมีสตางค์ ไม่นับคนที่มีโชคและวาสนา 
“ทุกความสำเร็จล้วนต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน”

-ยอมเหนื่อยมากกว่าคนอื่น
-ยอมเจ็บปวดจากความพลาดหวัง  
-แลกเวลาเพื่อสั่งสมประสบการณ์
-ยอมหลงเพื่อสำรวจเส้นทาง-ยอมแก้ไข พร้อมกับรับฟังคำวิจารณ์
 
- เชฟแรมซี่ จอมโหดชาวสก๊อต คือ ต้นแบบของการล้มแล้วต้องลุก และมันต้องมีสักทางที่ใช่สำหรับเรา(สิน่า) กอร์ดอน แรมซี่ เขาเริ่มต้นเดินทางค้นหาความสำเร็จตอนอายุ 16 โดยหนีออกจากบ้านซึ่งมีพ่อขี้เหล้าและชอบทำร้ายแม่ ชีวิตซัดเซไปเป็นนักฟุตบอลฝึกหัด เล่นจนเกือบได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ (ทีมเรนเจอร์ ยักษ์ใหญ่แห่งสก๊อตแลนด์เชียวนะ) แต่เพราะอาการบาดเจ็บจึงจำยอมเลิกเล่นฟุตบอล แม้ฝันแรกจะไม่สำเร็จเขาก็สามารถลุกขึ้นและเดินต่อ  เขาได้เริ่มเรียนการด้านอาหารและการโรงแรม  ลับฝีมือกับเชฟเก่งๆ ยอมถูกก่นด่า ทำงานอย่างหนัก(พอแก่ตัวเลยตะคอดใส่คนอื่นมั้ง ฮา) จนก้าวสู่การเป็นเชฟระดับโลกได้ 

- เชฟเจมี่ โอลิเวอร์ เชฟจอมเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์ สำหรับคนที่สนใจด้านอาหารคงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะถือเป็นเซเลบเชฟมีผลงานมากมาย ทั้งหนังสือและนิตยสารมากมายหลายเล่ม รายการอาหารอีกบานเชียว แต่รู้หรือไม่ว่าการเป็นเด็กที่เกิดมาพร้อมอาการที่เรียกว่าความบกพร่องทางการอ่าน เดี๋ยวนะย้อนกลับไปอ่านบรรทัดก่อน เขามีผลงานหนังสือหลายเล่ม อย่างไรก็ตามด้วยความพยายาม พาตัวเองไปเข้าครัวทั้งครัวในร้านอาหารของครอบครัวตัวเอง และเข้าไปทำงานในร้านอาหารอิตาเลี่ยน  และที่สุดแล้วเขาก็อ่านหนังสือจบเป็นเล่มแรกในชีวิตตอนอายุ 38 ปี หนังสือเล่มนั้นก็คือ “Hunger Games : Catching Fire”

โลกของคนทำงานอาหาร ต้องอาศัยความพยายามอยากมาก ไม่ต่างอะไรกับศิลปินแขนงอื่นๆ หรืองานอื่นๆ ที่ตัดสินกันด้วยรสนิยม  เพราะไอ้คำว่า “รสนิยม” มันมีไม้บรรทัดวัดกันซะที่ไหนบางทีความอร่อยก็มีแปรผันด้วยสิ่งต่างๆ มากมาย  อาจอยู่หน้าตาของอาหาร อาจอยู่ที่หน้าตาของเชฟและการที่ได้ทำงานในหนังสืออาหาร  ผมเองก็ทำงานกับรสนิยม ก็นะ บางคนชอบคาเวียร์ บางคนไม่ชอบคาเวียร์บางงานคนชอบ บางงานก็แป้กก็ต้องพยายามกันต่อไปในเมื่อ 

“ความพยายาม” เป็นส่วนผสมสำคัญของ “ความสำเร็จ” ในทุกๆ อาชีพนี่นา