หลังจากเข้าที่โหมด World Clock ในโทรศัพท์มือถือ เพิ่มเวลาของประเทศเกาหลีใต้เข้าไป แล้วผมก็มีเวลาของกรุงเทพฯและกรุงโซลอยู่ข้างๆ กัน
ผมนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนที่นอนในจริตของเด็กสาวที่กำลังคิดถึงหนุ่มคนรักที่อยู่ห่างไกลกัน ในห้วงเวลาที่กรุงเทพฯ กำลังเริ่มต้นพยายามข่มตาให้หลับใหล ผมก็เริ่มคิดถึงคนที่อยู่กรุงโซลที่คงหลับลึกไปแล้ว
เวลาของกรุงเทพฯ 12.00 น
เวลาของกรุงโซล 2.00 น.
บางทีความคิดถึงก็คงจะคลาดกันไปเพราะเวลา....
ในความจริงแล้วผมไม่ค่อยจะเก่งอะไรเลย ภาษาอังกฤษยังคงเป็นปัญหาเนื่องๆ อย่าได้พูดถึงภาษาเกาหลีที่คุณพร่ำสอนให้ผมพูดเลย ผมไม่ได้ลึกซึ้งอะไรที่เกี่ยวกับเกาหลีเลย ผมคบหากับบรรดาวัฒนธรรมบันเทิง สถานที่ท่องเที่ยวประเทศเกาหลีอย่างฉาบฉวยซึ่งต่างจากคุณ ผมเกิดในยุคเบบี้บูมของวัฒนธรรมบันเทิงของญี่ปุ่น ผมดูหนังญี่ปุ่น และชอบนักร้องญี่ปุ่นบางคน ขณะที่สิ่งต่างๆ นานาที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อผมได้รู้จัก My sassy girl เมื่อ ปี 2001
ยัยตัวร้ายกับนายเจี๊ยมเจี้ยม มันคือหนังเกาหลีที่ผมดูมากครั้งที่สุด ผมดูมันวนไปวนมาจนจำแทบทุกอย่างได้ อาจเพราะความน่ารักของนางเอก และความรักแบบแปลกๆ ที่ไม่ค่อยเจอในหนังรักเรื่องอื่นๆ นางเอกที่ร้ายกาจภายนอกดูแข็งแกร่งมีกำแพงเหล็กกั้นหัวใจอยู่หลายชั้น แต่เมื่อได้ผ่านการป้องกันอันเข้มข้นไปได้กลับพบว่า จิตใจของเธอนุ่มนิ่มไม่ต่างหญิงสาวทั่วไปฝันถึงการมีคนรัก อ่อนแอต่อความทรงจำที่เจ็บปวด และเป็นหญิงสาวที่แพ้ใจให้กับใครสักคนที่แน่วแน่พอกับการเรียนรู้และเข้าใจในตัวตนที่เขาเป็น
คงไม่อาจบอกว่าคุณจะร้ายกาจขนาดยัยตัวร้ายนางเอกของเรื่องที่สามารถตบกระบาลคนรักได้อย่างมันมือ คุณคงไม่ได้จะทรมารผมให้รอเพื่อพิสูจน์ต่อความรักที่มีต่อกันถึงหนึ่งปี และคุณคงก็ไม่ได้เป็นคงที่มีบาดแผลจากความรักจนก่อมันเป็นกำแพงป้องกันตัวเองให้มีความรัก
แต่คุณก็ยังมีบางส่วนในตัวเองที่ประหลาดมากพอให้ผมได้คิดถึงยัยตัวร้ายจากหนังเรื่องแรกที่ผมได้คบหาเกาหลีแบบฉาบฉวย
เราต่างกันหลายมุม แม้ว่าคุณจะหลงรักทุกอย่างที่เป็นเกาหลี วัฒนธรรม เพลง อาหาร ซีรีส์หรือหนัง ที่แสดงออกให้เห็นเสมอๆ ว่า ความรักเป็นสิ่งที่ชวนฝัน แต่สำหรับวันแรกที่ผมรู้จักคุณ คุณกลับแสดงความเห็นที่ต่างออกไปเกี่ยวกับรักแท้ที่มีในแบบหนังหรือซีรีส์เกาหลี
มันไม่มีจริงหรอก ผู้ชายที่แสนดีแบบนั้น
ผมก็ได้แต่บอกในใจว่า ผู้ชายแสนดีไม่ต้องไปค้นหาถึงหนังเกาหลีหรอก นิยายไทย หนังไทย ก็มีถมถืด แต่ผู้ชายแบบนั้นก็เป็นเหมือนซีดีลิมิเตดอิดิชั่นของวงเกาหลีที่คุณชอบ มีน้อยชิ้นคนอยากได้ครอบครองมาก แต่มันมีอยู่จริง ไม่รู้ว่ายัยตัวร้ายคนนี้ของผมเอาความคิดนี้มาจากที่ไหน ด้วยน้ำเสียง ทัศนคติแบบนี้พอจะเดาได้ว่า ยัยตัวร้ายกรุงเทพฯ คงไม่ต่างจากยัยตัวยัยตัวร้ายกรุงโซลนัก สำหรับผมมองว่าการแสดงออกหลายอย่างด้านความรักไม่ว่าในทางบวกหรือทางลบก็ล้วนมาจาก ความรักที่พ้นผ่านมาแทบทั้งสิ้น
เป็นเวลาจากอาทิตย์ เวียนครบเป็นหลายเดือน เราเริ่มสนิทใจและพูดคุยกันด้วยเรื่องต่างๆ มากขึ้น ผมเริ่มเรียนรู้ว่าภายใต้เสื้อเกาะตัวนั้น มันก็คือความอ่อนแอที่เกิดจากการผิดหวังจากคนรัก จากความรัก ซึ่งมันก็คือปัญหาโลกแตกของความรักที่ผมเรียกมันว่าสมดุลยภาพของความรัก ความใส่ใจ และความคิดถึง หลายๆ อย่างที่ไม่บรรจบกันในจุดที่พอดี และเมื่อมันไม่พอดีกัน ท้ายที่สุดทุกสิ่งก็จะค่อยๆ ทำลายตัวของมันเอง
ความรักก็จบเพราะความไม่สมดุลด้วยกันทั้งนั้น
มากไป-น้อยไป มีตัวการไม่กี่ตัวเลยที่ทำลายความรักได้ ความรักเองเกิดขึ้นมาแม้จะไม่อมตะ แต่ในตัวของมันก็แข็งแรงอยู่ไม่น้อย พลังชีวิตเริ่มด้วย 100 % เต็ม และค่อยกร่อนไปด้วยสิ่งที่เรียกว่า ไม่สมดุล ปริมาณความรักที่ไม่สัมพันธ์กัน ความใส่ใจที่แต่ละฝ่ายต้องการไม่ตรงกับความคาดหวัง หรือข้ออ้างยอดนิยมอย่างความไม่สมดุลในด้านของเวลา เราจากลากันเพราะเวลาที่ผ่านไป เวลาที่เราละเลยกัน และเวลาเป็นตัวเปลี่ยน 100 % ที่สองคนเคยมี
คุณจำได้ใช่มั้ย คุณบอกผมว่าคนรักของคุณถูกขโมยไปจากสิ่งต่างๆ เหล่านั้น เขาไม่มีเวลาให้คุณ เขาไม่ใส่ใจคุณในแบบที่ผู้หญิงควรได้รับ และคุณมองว่า ‘มันน้อยไป’ มันน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ผู้หญิงควรถูกละทิ้งแบบนี้หรือ
บนรถเมล์ปรับอากาศแออัดด้วยความรักหลากหลายประเภท คุณลุงกับคุณป้าถือของพะรุงพะรัง คุณแม่กับลูกสาวที่กำลังสอนการบ้าน กระเป๋ารถเมล์สาวที่ส่งกระบอกน้ำดื่มให้กับโชเฟอร์ที่สวมแหวนเงินแบบเดียวกัน และมีเราสองคนที่กำลังพูดคุยเรื่องความรัก
“ชั้นไม่เคยน้อยนะ เชื่อมั้ย ไม่เคยลด มีแต่เพิ่ม” คุณส่ายหน้าพร้อมตอบผมกลับมา
“นายรู้จักช่วงโปรมั้ย” คุณทำสีหน้าเชิงยิ้มเยาะ
“ชั้นไม่รู้จัก ถ้าจะกล่าวหาว่าผู้ชายต้องเหมือนกัน ผมว่ามันมองโลกในแง่ร้ายไปหน่อย”
“นายจะเป็นยังไง ถ้าเราตกลงจะคบกับนายอย่างที่นายขอ” น้ำเสียงคุณดูสิ้นหวังสิ้นดี
“ก็เหมือนเดิมนะ ถ้าตอบรับวันนี้ ก็ได้สิทธินั้นเดี๋ยวนี้ไปอีกนานนนน ไม่รู้นะว่าไอ้ที่แกเคยเจอมา น้อยที่ว่า มันน้อยขนาดไหน ใส่ใจแบบไหนที่เรียกว่าน้อยไป คิดถึงแบบไหนที่เรียกว่าน้อยจังเลย” ผมยังมีน้ำเสียงทะเล้น
“นายจะมาเอาอะไรกับผู้หญิงที่ไม่อ่อนโยนอย่างเรา จริงๆ เราเองก็อาจจะน้อยเป็นทุน เขาก็เลยให้เราน้อย ก็สมควรแล้ว” สายตาของคุณแทนที่ทุกอย่างในความรู้สึกภายใน
“ชั้นว่าชั้นเยอะนะ แกจะบอกว่าตัวเองเป็นคนน้อยก็สุดแล้วแต่ให้คะแนนตัวเอง แต่น้อยกับมาก บางทีอาจจะสมดุลก็ได้นะ แกก็เป็นคนลดชั้น ชั้นก็เป็นคนเพิ่มให้แก” ผมเริ่มต้องพูดจริงจังแล้ว
“อืม” เธอตอบพร้อมสีหน้าครุ่นคิด
“ไม่เป็นไรไม่อยากตอบตอนนี้ก็ไม่เป็นไร วันนี้สอนภาษาเกาหลีชั้นหรือยังละ ไม่เอานะ ไอ้อาจุม อุปป้า หรือซารังอะไรนั่น เอาแบบให้มันเหนือๆ กว่าคนอื่นหน่อย คำแปลกใหม่อะได้มะ” คุณเงียบครู่ใหญ่ก่อนจะหยิบปากกาจากระเป๋า สั่งให้ผมแบมือ
+%&*()
ผมไม่รู้ว่ามันอ่านว่าอะไร เขียนว่าอะไร และคำแปลคืออะไร
ผมพยายามรบเร้าให้แปลแต่คุณก็ได้แต่บอกกับผมว่า จะเฉลยทีหลัง และจะบอกคำตอบเรื่องการขอให้เราได้คบหากัน
ผมกลิ้งไปกลิ้งมาบนที่นอนอ่านข้อความที่เราส่งถึงกัน รอเวลาที่คุณจะติดต่อมาเพื่อบอกคำตอบเรื่องการคบหากัน เข็มนาฬิกาติดสปีด การรอคอยกันทรมาณมาหยุดลงที่ 4 ทุ่ม ข้อความที่คุณส่งมาคือภาษาเกาหลี พร้อมคำอ่านภาษาไทย และความหมาย แต่ไม่มีคำตอบที่หวังอยากจะได้
นอมู โพโกชิบพอ
คุณมันคือยัยตัวร้ายตัวจริง แม้จะหน้าไม่เหมือนจวนจีฮูนเลย คุณเลือกที่จะให้ผมรอ รอ รอ และก็รอ
นี่ก็สี่ทุ่มแล้วนะ เมื่อไหร่เราจะติดต่อกันได้สักที ผมก็ได้แต่รู้ว่าคุณกำลังเที่ยวที่โซล คุณอยู่ที่ มหา’ลัย อีแด อินซาดง ผมไม่รู้จักหรอกนะว่ามันอยู่ตรงไหน คืออะไรของกรุงโซล ผมรู้แต่ว่าผมคิดถึงคุณ ผมเยอะไงอย่างที่บอก อาจจะแค่หกวันก็จริงที่เราต้องห่างกันและติดต่อกันไม่ได้ คุณก็คงรู้แต่เพียงว่ากรุงโซลกำลังหลับใหล คุณไม่รู้หรอกว่ากรุงเทพฯ กำลังกะวันกระวายแค่ไหนที่เราไม่รู้ชีวิตของกันและกัน
นึกเล่นๆ ว่าถ้าคุณจะทำเหมือนนางเอก My sassy girl พิสูจน์ผม 1 ปี ต่างคนต่างฝ่ายเขียนจดหมาย แล้วฝังไว้ในแคปซูลเวลา เมื่อเวลาเวียนครบปีค่อยมาเจอกัน มาดูว่าความรู้สึกของแต่ละฝ่ายในวันนั้นเป็นยังไง เราจะยังรักกันมั้ย และเราจะยังคิดถึงกันมั้ย
ก็คิดถึงไง จะให้รู้สึกยังไงได้เล่ายัยตัวร้าย
ผมคงไม่ต้องรอให้คุณอ่านจดหมายของผมถึง 1 ปีเพื่อพิสูจน์ว่าผมยังรอคุณที่ต้นไม้ใหญ่เหนือเนินเขามั้ย
ผมขอเวลาแค่ชั่วระยะเวลาของความคิดถึงที่คลาดกันไปก็พอ แค่เพียง 2 ชั่วโมงที่ความคิดถึงของเราไม่ตรงกันมันก็คงเพียงพอกับทำให้นายเจี๊ยมเจี้ยมอย่างผมทุรนทรายได้แล้ว
คุณอาจจะกำลังหลับอยู่ แต่อยากให้รู้ว่าผมยังตื่น ผมยังรอให้คุณกลับมา รอคุณเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโซลให้ผมฟัง
นอมู โพโกชิบพอ…
ผมคิดถึงคุณมาก
ผมเอง อะล๊อต

-----------------
มันเกี่ยวกับความคิดถึง
หวังว่าจะมีใครมีความสุุขที่ได้อ่านมัน
ไม่มากก็น้อย
หากคุณกำลังคิดถึงใครสักคน
ขอบคุณครับ
edit @ 10 May 2012 21:40:53 by alotlike_Me
edit @ 11 May 2012 10:06:37 by alotlike_Me
edit @ 11 May 2012 10:11:07 by alotlike_Me
edit @ 11 May 2012 10:18:42 by alotlike_Me
edit @ 11 May 2012 10:24:14 by alotlike_Me